Get Adobe Flash player

เนื้อหา

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมสถานที่พัก ในเขตเทศบาลเมืองจันทนิมิต และจังหวัดจันทบุรี

 

สถานที่สำคัญทางเศรษฐกิจ และ สถานที่สำคัญทางศาสนา

 

 
 
สถานที่สำคัญทางเศรษฐกิจ


ตลาดพลอยถนนอัญมณี

-อยู่บนถนนอัญมณีและถนนศรีจันทร์ เต็มไปด้วยตึกและอาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจค้าขายพลอยเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในทุกๆวันศุกร์เรื่อยมาจนกระทั่งถึงวันอาทิตย์ของทุกสัปดาห์จะเริ่มคึกคัก มีสีสันเพราะที่นี่เป็นตลาดค้าพลอยในประเทศ เป็นศูนย์รวมพ่อค้าพลอยทั้งหลาย มีเงินนับสิบล้านบาทในแต่ละวัน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินมาที่ถนนสายนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว จะได้เห็นเม็ดพลอยน้ำงามที่พ่อค้าพลอยต่างหยิบมาวางไว้บนโต๊ะเพื่อทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลอยกันอย่างเปิดเผยเลยทีเดียว

 

เมืองจันท์วันผลไม้

-เมื่อเราพูดถึงจังหวัดจันทบุรีแล้วละก็ เราจะต้องนึกถึงผลไม้เป็นอับดับต้นๆ เลยทีเดียว เพราะเราคงไม่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลไม้นั้นเป็นสิ่งสำคัญทำให้เป็นที่รู้จักของคนต่างจังหวัด ซึ่งผลไม้ของชาวสวนจะออกสู่ตลาดนับตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนมิถุนายนซึ่งผลไม้จะมีราคาถูกและคุณภาพดีซึ่งเราสามารถหาซื้อได้ตามแผงผลไม้ที่ในตลาดหรือตามข้างถนนที่วิ่งผ่านก็ได้

 

สถานที่สำคัญทางศาสนา

 

วัดไผ่ล้อม (พระอารามหลวง)

-วัดไผ่ล้อมตั้งอยู่เลขที่ ๑๗ หมู่ที่ ๖ ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งในปี พ.ศ. เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอยดุลยเดช ครองราชย์ครบ ๕๐ ปี กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะวัดไผ่ล้อมเป็นวัดอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๙ และเป็นปีที่วัดไผ่ล้อมอายุได้ ๒๑๙ ปี พระพุทธไสยาสน์ เป็นปูชณียวัตถุที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก สร้างโดยความดำริของท่าน ท่านพระเทพสิทธิเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมในปัจจุบัน เพื่อเป็นพุทธบูชาแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องจากในภาคตะวันออกยังไม่มีพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ให้   ศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาเริ่มดำเนินการสร้างวิหารพร้อมองค์พระพุทธไสยาสน์ในปีพ.ศ.๒๕๒๐


วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล (โบสถ์คาทอลิก)
-โบสถ์คาทอลิกจันทบุรี (วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล) ตั้งอยู่ที่ ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี โบสถ์หลังนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวญวนผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จันทบุรี ก่อนปี พ.ศ.๒๒๕๕ ซึ่งอพยพหนีภัยมาจากการบีบคั้นการเลือกถือศาสนาในขณะนั้น (ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา) ซึ่งตอนนั้นบาทหลวงเฮ็ด เป็นผู้ดูแลอยู่ในตอนนั้นซึ่งมีคาทอลิกเพียง ๑๓๐ คนเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้กลายเป็นชุมชนคาทอลิกที่ยิ่งใหญ่มาก

 

 

สถานที่พักในจังหวัดจันทบุรี

 

 

 

สวนริมธาร รีสอร์ท

-เป็นที่พักสไตล์คันทรี่ ระหว่างรอยต่อระยอง-จันทบุรี เพียง ๒ ชม.จากกรุงเทพฯบนเนื้อที่กว่า ๕๐๐ไร่ เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยสดงดงาม มีบรรยากาศแบบประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สภาพพื้นที่จะเป็นเนินสูงต่ำสลับกัน และมีอากาศที่บริสุทธิ์เย็นสบายตลอดทั้งปี

 

ฟ้าใส รีสอร์ท แอนด์ สปา

-มีท้องฟ้าโปร่งใส ตลอดทั้งปี อากาศบริสุทธิ์สดชื่น ท่ามกลางทิวทัศน์ขอบฟ้ากว้างไกลที่    รายล้อมไปด้วยทิวเขา เมื่อมองจากระเบียงก็สามารถพบเห็นนกตัวเล็กตัวน้อยพร้อมทั้งผีเสื้อนานาพันธุ์พร้อมทั้งสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ลายล้อมมาพร้อมกับสายลมและเสียงคลื่นที่ซัดสาดกระทบคลื่น และเมื่อในฤดูฝนคุณสามารถเห็นหิ่งห้อยได้ในยามค่ำคืนซึ่งเป็นสถานที่ประทับใจเมื่อคุณได้มาสัมผัสคลื่นที่สาดกระทบคลื่น และเมื่อในฤดูฝนคุณสามารถเห็นหิ่งห้อยได้ในยามค่ำคืนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่ประทับใจเมื่อคุณได้มาสัมผัส

 

โรงแรม เค พี แกรนด์

-เป็นโรงแรมระดับห้าดาว ที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองจันทนิมิตและอยู่คู่จังหวัดจันทบุรีมาหลายปี เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สะดวกต่อการประกอบธุรกิจ ใกล้กับตลาดพลอย ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวมักนิยมมาพักผ่อน

 

กระทิง คันทรี รีสอร์ท

-เป็นสวนเกษตรบนเชิงเขา ด้วยพื้นที่กว่า ๓๐๐ ไร่ ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ มีอากาศสดชื่นตลอดทั้งปี มีสวนผลไม้ เช่น เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง ซึ่งภายในก็มีคลับเฮาส์ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมายภายในห้องพักติดตั้งเครื่องปรับอากาศ และบริการน้ำอุ่นให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเมื่อเวลาที่คุณอาบน้ำและเพียบพร้อมไปด้วยห้องสำหรับการจัดประชุมและการสัมมนา เป็นต้น


เป๊กกี้ โคฟ รีสอร์ท

-เป็กกี้ โคฟ รีสอร์ท พักผ่อนแบบมีสไตล์ในกลิ่นอายหมู่บ้านชาวประมงตะวันตกพร้อมสัมผัสหลากหลายคุณค่า ของดีแห่งจันทบุรี

เป็กกี้ โคฟ รีสอร์ท อัญมณีเจิดจรัสท่ามกลางท้องทะเลตะวันออกไทย เป็กกี้ โคฟ รีสอร์ท พร้อมยกระดับจันทบุรีสู่ที่สุดแห่งสถานที่พักผ่อนของประเทศไทยด้วยคอนเซปต์ที่โดดเด่นไม่ เหมือนใครเพราะทางรีสอร์ทได้ผสานกลิ่นอายหมู่บ้านชาวประมงสไตล์ตะวันตกซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก หมู่บ้านเป็กกี้ โคฟ บนชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก แห่งโนวาสโกเชียร์ แคนาดา เข้ากับคุณค่าของดีแห่งจันทบุรีได้ อย่างลงตัว ด้วยสีสันสะดุดตา มีสไตล์ร่วมสมัยของบรรยากาศภายในรีสอร์ทที่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น

ปลีกตัวจากความวุ่นวายจากเมืองหลวงประมาณ 200 กิโลเมตรด้วยถนนเลียบชายฝั่งเส้นเฉลิมบูรพาชลทิศ มุ่งหน้าสู่ที่สุดแห่ง

สถานที่พักผ่อนอันโดดเด่นและแปลกใหม่ เป็กกี้โคฟ รีสอร์ต พร้อมนำเสนอ 38 ห้องพักที่ตกแต่งภายในมีระดับ ท่ามกลางอาคารสีสันสะดุดตา มีสไตล์ พร้อมทั้งห้องประชุมเอนกประสงค์ไว้ให้บริการสำหรับการประชุมขนาดเล็กควบคู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นครบครัน อาทิ ห้องอาหารเปิดให้บริการตลอดวัน ที่พร้อมเสิร์ฟหลากหลายเมนูอาหารทะเลสไตล์ยุโรป พิซซ่าบางกรอบ อาหารยุโรปนานาชนิด และอาหารพื้นเมืองจันทบุรี ไปจนถึงร้านกาแฟที่มีหลากหลายเมนูเครื่องดื่มคุณภาพเสิร์ฟพร้อมกับเบเกอรี่หอมอร่อย นอกจากนี้ผู้มาพักยังสามารถเดินรื่นรมย์บรรยากาศอันสดใสบนสะพานไม้ใช้เชื่อมระหว่างแต่ละตัวอาคาร เพื่อเก็บความประทับใจสำหรับวันพักผ่อนสุดพิเศษของคุณอีกด้วย



 

 จุดเช็คอิน ต้องห้ามพลาด

 

 

 

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

-เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองจันท์ บ่งบอกถึงความผูกพันของชาวเมืองนี้ที่มีต่อพระเจ้าตาก โดยมีคำกล่าวว่า ถ้าไม่ได้มาสักการะพระเจ้าตาก ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองจันท์ ประวัติ : ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เดิมเป็นศาลไม้อยู่ข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต่อมาในปี 2463 สมัย ม.จ. สฤษดิเดช ชยางกูร เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี ได้สร้างศาลขึ้นใหม่บริเวณด้านหน้าค่าย ทหารกองพันนาวิกโยธิน คนละฝั่งถนนกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โดยอาศัยอาคารเป็นศาลาคอนกรีตสี่เหลี่ยมจัตุรมุข มีบันไดด้านหน้าและด้านข้างรวม 3 ด้าน กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ ภายในเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปซึ่งเป็นเทพเจ้าประจำพระองค์พระเจ้าตาก

ขณะนั้นยังไม่มีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ประดิษฐานเช่นปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2534 ชาวจันทบุรีได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ขึ้นใหม่อีกหลัง เป็นศาลทรงเก้าเหลี่ยมคู่ กับศาลเดิม

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เป็นศาลทรงเก้าเหลี่ยม หลังคาเป็นรูปพระมาลา เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งหล่อด้วยทองเหลืองรมดำผนังภายในเขียนลายพุ่มข้าวบิณฑ์ไว้อย่างสวยงาม

ชาวจันทบุรีถือว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงมีพระมหากรุณาธิคุณทำให้จันทบุรีเป็นที่รู้จัก และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การกอบกู้เอกราชคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ในฐานะเป็นฐานที่มั่นของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ในระหว่างการรวบรวมพลรวมถึงเสบียงอาหาร และสถาปนาอำนาจขึ้นใหม่ กล่าวคือ ในปี พ.ศ. 2310 ขณะที่พม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่ สมเด็จพระเจ้าตากสินหรือพระยาวชิรปราการ (สิน) ในขณะนั้น เล็งเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาต้องแตกพ่ายและตกเป็นของพม่าแน่นอน จึงรวบรวมพลทหารไทย จีน ได้ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าทางทิศตะวันออก โดยต่อสู้กับข้าศึกในระหว่างทางและได้ชัยชนะ สามารถรวบรวมไพร่พลได้มากขึ้น

พระยาวชิรปราการเห็นว่าจันทบุรีมีชัยภูมิที่เหมาะสมในทางยุทธศาสตร์ เป็นหัวเมืองชายทะเลที่ปลอดจากสงคราม ทั้งมีความอุดมสมบูรณ์ด้านพืชพันธัญญาหาร รวมทั้งยังเป็นชุมชนชาวจีนแต้จิ๋ว พระยาวชิรปราการมีเชื้อสายจีนแต้จิ๋วและเคยเป็นพ่อค้ามาก่อน จึงมุ่งหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากชาวจีนเหล่านี้ ดังนั้นจึงใช้เมืองจันท์เห็นที่มั่น และรวบรวมหัวเทืองชายฝั่งทะเลตะวันออกได้ทั้งหมด สามารถต่อเรือรบได้ 100 ลำ มีผู้สวามิภักดิ์มากขึ้นถึง 5,000 คน แล้วกลับไปตีทัพพม่า ขับไล่ออกไปจากอยุธยาได้สำเร็จนับเป็นการกอบกู้เอกราชของชาติกลับคืนมาได้อีกครั้ง

 

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินรมล

-วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล (โบสถ์คาทอลิก) โบสถ์คาทอลิกจันทบุรี (วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล) ตั้งอยู่ที่ ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี โบสถ์หลังนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวญวนผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จันทบุรี ก่อนปี พ.ศ.๒๒๕๕ ซึ่งอพยพหนีภัยมาจากการบีบคั้นการเลือกถือศาสนาในขณะนั้น (ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา) ซึ่งตอนนั้นบาทหลวงเฮ็ด เป็นผู้ดูแลอยู่ในตอนนั้นซึ่งมีคาทอลิกเพียง ๑๓๐ คนเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้กลายเป็นชุมชนคาทอลิกที่ยิ่งใหญ่มาก

 

จุดชมวิวเนินนางพญา

-จุดชมวิวเนินทางพญา ตั้งอยู่บนเนินริมทะเลใกล้กับหาดคุ้งวิมานและปากอ่าวคุ้งกระเบน เป็นจุดชมวิวที่ขึ้นชื่อของจันทบุรีเพราะมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ทั้งถนนเลียบชายทะเลที่ทอดยาวไปจนถึงหาดคุ้งวิมาน อ่าวคุ้งกระเบน และแหลมเสด็จที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบริเวณปากอ่าว

วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นทะเลสุดลูกหูลูกตา มองเห็นเส้นขอบฟ้า กับพระอาทิตย์กำลังใกล้ลาลับไป ผสมกับลมที่กำลังปะทะใบหน้า บนจุดชมวิวเนินนางพญา แห่งคุ้งวิมาน เป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจยิ่งนัก อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งจันทบุรี ที่มีความสวยงาม ทั้งทะเล ทั้งภูเขา ถือว่าเป็นวิมานแห่งจันทบุรี ที่ใครไม่เคยมา ต้องมาสัมผัสให้ได้

จุดชมวิวเนินนางพญา เป็นสถานที่ที่ชมวิวได้สวยงามที่สุด และมีคู่รักนำกุญแจมาคล้องเป็นสัญญารักระหว่างกันอีกด้วย

บรรยากาศระหว่างทางก็จะเป็นจุดชมวิวต่างๆ ให้เราจอดรถได้ชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น สถานที่ให้ถ่ายรูป ศาลานั่งพักให้บริการนักท่องเที่ยว และมีขอบทางสีแดงให้นักปั่น ปั่นจักรยานไปตามเส้นทางถนนบูรพาชลทิตได้อีกด้วย

เมื่อขึ้นมาถึงด้านบนก็จะเห็นบริเวณกว้าง และวิวภูเขากับทะเลที่สวยงาม มีรั้วกั้นเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีลักษณะที่เป็นผาชันลงไป มีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อน ให้ได้ถ่ายรูปกัน เมื่อเราเดินไปทางด้านขวาของจุดชมวิว เราจะได้เห็นภาพที่สวยมาก ซึ่งเรามักจะเห็นโฆษณามาถ่ายทำอยู่บ่อยครั้ง

การเดินทาง

จากกรุงเทพฯ ขับรถมากทาง มอเตอร์เวย์ มุ่งตรงสู่ชลบุรี แยกเข้าถนน344 ทางไป อ.บ้านบึง ตรงไปยังอำเภอแกลง จ.ระยอง แล้วเขาถนนสุขุมวิท มุ่งตรงไปทางจันทบุรี เลี้ยวเข้าถนน339 ตรงไปยังอ่าวคุ้งวิมาน ขับเลยคุ้งวิมานมาประมาณ 1.5กิโลเมตรก็จะเจอเนินนางพญา (ระยะทางประมาณ 217 กิโลเมตร)

ที่ตั้ง

เนินนางพญา ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านท่าแคลง ตำบลสนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี

จากเนินนางพญาไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ

เนินนางพญา ห่างจากหาดคุ้งวิมาน ประมาณ 1.5 กิโลเมตร

เนินนางพญา ห่างจากจุดชมวิวพระยืน ประมาณ 3 กิโลเมตร

เนินนางพญา ห่างจากหาดเก็บตะวัน ประมาณ 0.4 กิโลเมตร

เนินนางพญา ห่างจากหาดแหลมเสด็จ ประมาณ 16 กิโลเมตร

เนินนางพญา ห่างจากศูนย์ศึกษาธรรมชาติอ่าวคุ้งกระเบน ประมาณ 15.5 กิโลเมตร

เนินนางพญา ห่างจากหาดเจ้าหลาว ประมาณ 15.5 กิโลเมตร

จะเห็นได้ว่ารอบๆเนินนางพญานั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว และยังเป็นถนนที่เหมาะกับการขับรถเที่ยว หรือเลือกที่จะขี่จักรยานเที่ยวเป็นอย่างมาก ที่เที่ยวแต่ละจุดไม่ไกลนัก การเดินทางมายัง เนินนางพญา

 

ศาลหลักเมืองจันทบุรี

-ศาลหลักเมืองจันทบุรี ตั้งอยู่ที่ถนนท่าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยอยู่ด้านหน้าค่ายตากสิน ศาลหลักเมืองแห่งนี้ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง มีเพียงการสันนิษฐานว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสร้างขึ้นเมื่อครั้งเสด็จเข้าเมืองจันทบุรี เพื่อใช้เป็นที่รวบรวมไพร่พลและเสบียงอาหารก่อนยกทัพไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยา ตามหนังสือพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกล่าวไว้ว่า พระองค์ทรงได้เมืองจันทบุรีจันทบุรีเมื่อวันอาทิตย์ แรม 3 ค่ำ เดือน 7 ปีกุน นพศก จุลศักราช 1129 ซึ่งตรงกับวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 หากข้อสันนิษฐานดังกล่าวเป็นเรื่องจริงแล้ว ก็อาจสรุปได้ว่า ศาลหลักเมืองจันทบุรีคงสร้างขึ้นในราว พ.ศ. 2310 นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ศาลหลักเมืองที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่หลังเดียวกันกับที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 250 ปีที่แล้ว โดยศาลเดิมน่าจะสร้างด้วยศิลาแลงซึ่งยังปรากฏร่องรอยให้เห็นอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก มีต้นโพธิ์และต้นข่อยขึ้นปกคลุมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

สำหรับตัวศาลหลักเมืองในปัจจุบัน แต่เดิมเป็นศาลไม้รูปทรงธรรมดา ตั้งอยู่ระหว่างต้นข่อยใหญ่ 2 ต้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2524 ทางจังหวัดจันทบุรีได้ก่อสร้างศาลฝังเสาหลักเมืองและหล่อองค์เจ้าพ่อขึ้นใหม่ มีลักษณะเป็นอาคารทรงไทยแบบจัตุรมุข ก่ออิฐถือปูน มีช่อฟ้าใบระกา และมีปรางค์ที่ด้านบน นอกจากนั้น บริเวณใกล้ๆ กันกับศาลหลักเมือง ยังได้สร้างศาลขนาดเล็กที่สวยงามในแบบสถาปัตยกรรมจีนขึ้นอีกด้วย ส่งให้ศาลหลักเมืองดูสง่างามเพิ่มขึ้นไปอีก ทั้งนี้ หากคุณมีโอกาสได้มาเยือนจังหวัดจันทบุรีแล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะมาสักการะสิ่งศักดิสิทธิ์ประจำเมืองจันท์ ณ ศาลหลักเมืองแห่งนี้

การเดินทาง

จากถนนสุขุมวิท เลี้ยวขวาที่สี่แยกไร่ยา เข้าถนนรักศักดิ์ชมูล เมื่อไปได้ประมาณ 6 กิโลเมตร จะพบสี่แยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนท่าหลวง ประมาณ 600 เมตร ก็จะถึงศาลหลักเมือง

วันและเวลาทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.30 – 20.00 น.

 

ชุมชนริมน้ำจันทบุรี

-เป็นชุมชนริมน้ำจันทบรู ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรีด้านตะวันตก แต่เดิมรู้จักกันในชื่อที่เรียกกันติดปากว่า "บ้านลุ่ม" ซึ่งเป็นชุมชน เก่าแก่ของชาวจีนและญวนอพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนามาเป็น ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของ จันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันคือสถานที่ท่องเที่ยว ที่หากใครที่มาเยือนจังหวัด จันทบุรี แล้วไม่ควรพลาด มีจุดเริ่มต้นจากเชิงสะพานวัดจันทร์ เป็นแนวไปตลอดจนถึงชุมชนตลาดล่าง บริเวณที่เรียกว่าท่าเรือจ้างอาคาร ส่วนใหญ่ เป็นที่พักอาศัย และร้านค้าของชุมชนที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะเป็นตึกแถวโบราณลวดลายไม้จำหลักอ่อนช้อย งดงาม อยู่ตามบานประตูหน้าต่างและมุมอาคาร ซึ่งจะพบรูปแบบเรือนขนมปังขิงปะปนอยู่ด้วย เพราะชาวจันทบุรีได้รับอิทธิพลจากการ ติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศเมื่อสมัย ร. 5 ลักษณะการฉลุลายของช่างฝีมือชาวจันทบุรี จัดได้ว่า มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะการจำหลักฉลุช่องลม เป็นภาพจำหลัก นูนรูปหัวพยัคฆ์สอดแทรกอยู่ตามกิ่งเครือเถา หรือความคมเฉียบของลายที่แฝง ไปด้วยความอ่อนช้อย ของลายจำหลักจึงถือว่าเป็นย่านประวัติศาสตร์ของจันทบุรี

 

โอเอซิส ซี เวิลด์

-ตั้งอยู่ ณ ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ซึ่งห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 30 ก.ม. เป็นสถานที่เพาะพันธุ์โลมา และการแสดงโลมา 2 สายพันธุ์ไทย นั่นก็คือ โลมาปากขวดหรือโลมาสีชมพู และโลมาหัวบาตรหรือโลมาอิระวดี และนอกจากการแสดงโลมาแล้วนั้นโอเอซีส ซีเวิลด์ก็ยังเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำกับโลมาด้วย จับได้ สัมผัสได้ ชนิดที่เรียกว่า “เนื้อแนบเนื้อ” กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความประทับใจ เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่เป็น ครั้งหนึ่งในชีวิต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaioasisseaworld.com/th/

 

หาดแหลมแสด็จ

-เป็นหาดทรายเม็ดละเอียดสีขาวนวล มีความยาว 2 – 3 กิโลเมตร บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยเงาของสนทะเลและพันธุ์ไม้ชายหาดนานาชนิด ช่วงเดือน พฤศจิกายน – เมษายน คลื่นลมสงบ เหมาะแก่การไปเที่ยว เมื่อเข้าสู่ฤดูมรสุม น้ำทะเลค่อนข้างขุ่นและคลื่นแรง จึงไม่เหมาะจะเล่นน้ำในช่วงนี้ ตลอดชายหาดมีร้านอาหารทะเลตั้งเรียงราย มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และสถานที่สำหรับตั้งแคมป์พักแรมไว้คอยบริการ

 

ค่ายเนินวง

-เมื่อครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ศูนย์กลางของเมืองจันทบุรีตั้งอยู่ ณ บ้านลุ่ม ซึ่งอยู่ในบริเวณตัวเมืองในปัจจุบัน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ไทยเกิดศึกสงครามกับญวน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าที่ตั้งเมืองที่บ้านลุ่มนั้นไม่เหมาะต่อการตั้งฐานทัพ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองมาตั้งมั่นในที่แห่งใหม่ คือบริเวณตำบลบางกะจะ ซึ่งเป็นที่ราบสูง ทุกวันนี้ถ้าขึ้นไปยืนอยู่บริเวณค่ายเนินวงจะสามารถเห็นเมืองจันทบุรีทั้งเมือง ตลอดถึงปากน้ำแหลมสิงห์ ซึ่งหมายความว่าจะได้เห็นการเคลื่อนทัพของข้าศึกศัตรูได้ชัดเจน เหมาะแก่การรับมือกับญวนเป็นอย่างยิ่ง ในครั้งนั้นได้มีการสร้างเสาหลักเมือง ณ วัดโยธานิมิต อันเป็นศูนย์รวมใจชาวเมืองจันทบุรีและสร้างประตูค่ายอย่างมิดชิดมั่นคงทั้ง 4 ทิศ เรียกว่าค่ายเนินวง ต่อสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้ย้ายเมืองกลับมาตั้ง ณ ที่เดิม คือบริเวณที่เป็นเมืองจันทบุรีปัจจุบัน เนื่องจากบริเวณค่ายเนินวงอยู่ในที่สูง ห่างไกลแหล่งน้ำจืดที่ใช้ดื่มกิน

สำหรับวัดโยธานิมิต รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าพระยาพระคลัง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2377 พร้อมๆ กับสร้างเมืองใหม่ด้านหลังโบสถ์ มีเจดีย์ทรงลังกา และโบสถ์นั้นแม้ว่าภายนอกจะเป็นของใหม่ที่สร้างสวมของเดิม แต่ภายในยังเป็นของเก่า ผนังส่วนบนประดับด้วยชามสังคโลกและเครื่องลายคราม

วัดวาอาราม ป้อมกำแพงดินพร้อมด้วยปืนใหญ่ ยังเหลือพอให้เห็นเป็นหลักฐานได้ในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณค่ายเนินวงยังใช้เป็นที่ตั้งของโครงการโบราณคดีใต้น้ำ ของกรมศิลปากร จัดแสดงโบราณวัตถุที่งมขึ้นมาได้จากการกู้เรือสินค้าที่อับปางในบริเวณน่านน้ำเมืองจันทบุรีและอ่าวไทยทั้งหมด ทำให้เราได้ทราบว่า เมื่อครั้งก่อน จันทบุรีและเมืองท่าอื่นๆ ของไทยนั้นมีการเดินเรือเชื่อมโยงติดต่อกันอย่างไร ทำมาค้าขายอะไรกัน หรือแม้กระทั่งเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ที่เป็นเครื่องใช้และเป็นสินค้าในครั้งนั้นมีรูปแบบอย่างไรบ้าง

ค่ายเนินวงตั้งอยู่ที่ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง เดินทางไปตามถนนท่าแฉลบประมาณ 6 กิโลเมตร และแยกขวาทางไปอำเภอท่าใหม่อีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงค่ายเนินวง

 

เขาคิชฌกูฎ

-อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ หรือที่ใคร ๆ เรียกกันจนติดปากว่า "เขาคิชฌกูฏ" มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ได้แก่ น้ำตกกระทิง, น้ำตกคลองช้างเซ, ยอดเขาพระบาท และที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษนั้น เห็นจะเป็นการนมัสการ "รอยพระบาทเขาคิชฌกูฏ" หรือ "พระบาทพลวง" นั่นเอง

 

 

วัดไผ่ล้อม

-วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง เป็นวัดสำคัญของจังหวัดจันทบุรี วัดไผ่ล้อม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ มีหลักฐานว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2320 (239 ปี)รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2325 (234 ปี) ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงในปี พ.ศ.2539 งอยู่ เลขที่ 17 ถนนพิศาลธีรคุณ หมู่ที่ 6 ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 เดิมมีเนื้อที่ 45 ไร่ (ตามหลักฐานที่จารึกไว้ที่พระอุโบสถ) ต่อมามีการรังวัดตามวิทยาการสมัยใหม่ หักส่วนที่ถูกแม่น้ำรุกล้ำ และแบ่งส่วนที่เป็นโรงเรียนและพื้นที่ให้เช่าจะเหลื่อพื้นที่วัดตามโฉนดจังหวัดจันทบุรี เลขที่ 2941-3 รวม 3 แปลง มีเนื้อที่ 28 ไร่ 1 งาน

เดิมพื้นที่ตั้งวัดอุดมไปด้วยป่าไผ่จำนวนมาก จึงขนานนามวัดว่า “วัดไผ่ล้อม”

เนื้อที่ตั้งวัดเป็นพื้นที่ลุ่ม ทราบได้จากหลักฐานทางภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถสมัยปลายกรุงธนบุรี (กรุงรัตนโกสินทร์เริ่ม 6 เมษายน 2325) แต่ศิลปะในการก่อสร้างของพระอุโบสถและภาพจิตรกรรมฝาผนังน่าเป็นยุคพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ราชวงศ์บ้านพูลหลวง อยุธยาตอนปลาย ส่วนจะเป็นช่างยุคนั้นมาสร้าง หรือสร้างในยุคใดคงต้องรอผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ยืนยันอีกครั้ง โดยเขียนเรื่องราวพุทธประวัติ และวิถีชีวิตชุมชนชาวจีนซึ่งเข้ามาทำมาหากินในจังหวัดจันทบุรีในสมัยนั้น ได้รับการบูรณะบางส่วน เมื่อประมาณปี พ.ศ.2538 ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนให้อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร

ในสมัยกว่า 105 ปีก่อน เมืองจันทบุรียังไม่มีโรงเรียนเลย ดังนั้นในช่วง 100 ปีแรกของวัดไผ่ล้อม วัดนี้จึงเป็นศูนย์กลางการศึกษาของคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี และของราษฎรในจังหวัด ราษฎรทั้งใกล้ไกลได้ส่งบุตรหลานมาเล่าเรียน เพื่อศึกษาหนังสือไทย

เมื่อสำเร็จการศึกษาส่วนหนึ่งได้สมัครรับราชการ ได้ทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ อาทิเช่น พระยาวิสูตรโกษา ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทยประจำประเทศอังกฤษและประเทศฝรั่งเศส นายอภัย จันทวิมล ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, พล.อ.สมศักดิ์ ปัญจมานนท์

อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นต้น

ปัจจุบัน ทางวัด ได้เปิดทำการเรียนการสอนทั้ง แผนกธรรมชั้นตรี-โท-เอก และแผนกบาลีชั้นต้น ประโยค 1-2 ถึงเปรียญธรรม 3 โดยทางวัดได้รับนักเรียนจากโรงเรียนรัฐบาลและเอกชน เข้ามาศึกษาเล่าเรียนในส่วนแผนกธรรมศึกษาชั้นตรี-โท-เอก ซึ่งมีโรงเรียนส่งนักเรียนเข้ามาศึกษา คือ โรงเรียนวัดไผ่ล้อม (อินทก์อุทัย), โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์, โรงเรียนลาซาลจันทบุรี (มารดาพิทักษ์) ซึ่งมีนักเรียน ณ ปัจจุบันจำนวนประมาณ 1,500 คน

ขอบคุณข้อมูลจาก http://danpradit.com

 

ตึกแดง

-เป็นอาคารชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน กว้าง 7 ม. ยาว 32 ม. ทาสีแดงชาด ภายในแบ่งเป็น 5 ห้อง มีประตูเปิดถึงกันหมดมีระเบียงสองด้านตามแนวยาวของตัวตึก สร้างขึ้นในบริเวณที่ตั้งป้อมพิฆาฏปัจจามิตรซึ่งเป็นป้อมปืนเก่าแก่ และได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อรับศึกญวน ฝรั่งเศสได้รื้ออิฐจากตัวป้อมมาสร้างตึกแดงเพื่อใช้เป็นที่พักนายทหารและกองรักษาการณ์ปากน้ำแหลมสิงห์ ตึกแดงได้รับการบูรณะเมื่อปี พ.ศ. 2527 และใช้เป็นอาคารห้องสมุดและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนของ อ.แหลมสิงห์ ต่อมาเลิกใช้และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม สถานที่ตั้งและการเดินทางไปตึกแดงและคุกขี้ไก่ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี การเดินทาง จาก อ.เมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ไปทาง อ.ขลุง จนถึงบริเวณสถานวิจัยพืชสวนจันทบุรี ให้เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3149 ตรงไปจนเกือบสุดถนน คุกขี้ไก่อยู่ทางขวามือก่อนถึงท่าเรือข้ามฟากสิงห์อำนวย จากคุกขี้ไก่ไปอีกประมาณ 200 ม. ตึกแดงอยู่ทางซ้ายมือใกล้กับท่าเรือ

 

คุกขี้ไก่

-สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2436 หรือ ร.ศ. 112 พร้อมกับตึกแดง เป็นป้อมรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสลบเหลี่ยม ก่อด้วยอิฐ กว้าง 4 ม. สูง 10 ม. หลังคาเดิมเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องทรงพีระมิด มีประตูทางเข้าออกหนึ่งช่อง ด้านบนเป็นช่องระบายลม ปัจจุบันชำรุดหมดสภาพไปแล้ว ในอดีตรอบป้อมมีน้ำล้อม และใช้เป็นป้อมปืนและป้อมตรวจการณ์ปากน้ำแหลมสิงห์ ชาวบ้านเรียกว่าป้อมฝรั่งเศส ต่อมาใช้เป็นที่กักขังนักโทษ ทั้งทหารญวน คนจีน คนในบังคับของฝรั่งเศสรวมทั้งคนไทยด้วย โดยขังคนไว้ด้านล่าง ด้านบนเลี้ยงไก่เพื่อให้ถ่ายมูลใส่นักโทษ คุกนี้เลิกใช้งานเมื่อทหารฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากเมืองจันท์เมื่อปี พ.ศ. 2447

 

 

จุดเช็คอิน ต้องห้ามพลาด (ร้านอาหาร)

   f1

 

 

ครัวลุงเต้น

-ร้านครัวลุงเต้น ได้ปรับปรุงร้านใหม่นี้ ตั้งอยู่บริเวณถนนเลียบชายหาดแหลมสิงห์ ถัดจากจุดชมวิวตรงชายหาดแหลมสิงห์ไปสัก 400-500 เมตร ซึ่งเป็นกิโลเมตรที่ 77 ของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต สังเกตง่ายๆ เลยก็คือจะมีรถจอดเยอะมากๆ ค่ะ เป็นที่สนใจแก่ผู้ที่มาเที่ยวที่จังหวัดจันทบุรี แล้วแวะหาสถานที่กิน จึงเห็นได้ว่าร้านครัวลุงเต้นนั้นคนจะแน่นร้าน ในส่วนของร้านใหม่ก็โอ่อ่ากว้างขวาง มีโต๊ะให้บริการมากมาย รวมทั้งยังมีโต๊ะให้นั่งบริเวณริมชายหาดอีกด้วยค่ะ ทานอาหารทะเลสดๆ มองทะเลยามค่ำคืนแบบชิลๆ โต๊ะบริเวณหาดนี่จะเต็มเร็วมาก ถ้าใครไปแล้วยังไม่มีโต๊ะ ก็เดินชมทะเลรอไปก่อนก็ได้ค่ะ เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 20.30 น.

เมนูแนะนำ แกงส้มไข่ปลา เรียวเซียวไข่กลมแน่น ราคา 180  บาท, ยำไข่ปูดอง เนื้อแน่นจาน ราคา 200 บาท, ปลาอินทรีย์แดดเดียวราคา  150  บาท และเมนูอื่นๆอีกมากมาย

 

ยายตุ๊ซีฟู้ด

-ยายตุ๊ซีฟู้ด ร้านอาหารทะเลที่ขนเอาความสดใหม่ มาให้คุณเลือกตามความชอบทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา ด้วยความเก๋าของร้านที่เปิดมานานกว่า 9 ปี ทำให้ผู้คนกล่าวขานเรื่องอาหารอร่อย สะอาดและไม่แพง ใครมาทานแล้วก็จะติดใจไปอีกนาน จากตัวเมืองจันทบุรี ตรงไปทางคุ้งกระเบน ประมาณ 3 กิโลเมตร จะเห็นร้านอาหารยายตุ๊ซีฟู้ด อยู่ก่อนถึงโรงแรมนิวแทรเวลบีช ใกล้กับวัดเจ้าหลาว

เมนูแนะนำ ปูผัดพริกไทยดำ, ปลาทอดราดน้ำปลา, ปลาหมึกผัดไข่เค็ม, หอยตลับผัดฉ่า, ปลากะพงทอดน้ำปลา, โป๊ะแตก, น้ำพริกปูไข่, ข้าวผัดปู, หอยน้ำอ้อยผัดพริกเผา เปิดทุกวัน เวลา 09.00 - 21.00 น.

 

ปูจ๋าท่าแฉลบ

-ร้านปูจ๋า เปิดมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ ประมาณปี 2513 ซึ่งก็นับว่านานมาก กว่า 40 ปีเลยทีเดียว สมัยก่อนยังไม่มีร้านอาหารทะเลมาเปิด ทางร้านปูจ๋าเห็นว่าแถวๆ นั้นอาหารทะเลน่าจะขายได้ ก็เลยลงทุนเปิดร้านและเป็นเจ้าแรกๆ ของสายท่าแฉลบแห่งนี้ และขายดีมาเรื่อยๆ ซึ่งร้านปูจ๋า หาไม่ยาก ห่างจากตัวเมืองมาทางถนนท่าแฉลบ ประมาณ 10 กม. สังเกตง่ายๆ ก็คือ ถ้ามาถนนสุขุมวิท จะมีทางแยกไปท่าแฉลบประมาณ 16 กิโลเมตร ก็ถึงร้านแล้วนะครับ สำหรับคนที่ GPS ก็สามารถค้นหาร้านได้ง่ายๆ เลย

เมนูแนะนำ ปูจ๋า (60.-) เนื้อปูแน่นๆ เต็มๆ คำ , ปูผัดมะนาว (170.-), หอยเชลล์ผัดฉ่า (130.-) , ไข่ปูแช่น้ำปลา (200.-) เปิดบริการทุกวัน เวลา10.00 – 24.00 น. (ครัวปิด 21.00 น.)